Bada มหาสมุทรของ Samsung
ขณะนี้ OS หรือ Smartphone กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายก็พร้อมลงทุน ด้วยการสร้าง OS ขึ้นมาเอง อย่างตอนนี้ Android ซึ่งถือเป็น OS น้องใหม่สุดๆ แต่กลับเติบโตเร็วมาก และตีเข้าใกล้ iPhone มาเรื่อยๆ ด้วยผู้ผลิตที่แข็งแกร่งอย่าง HTC , Samsung , Motorola เป็นต้น ในเมื่อมันสำเร็จซะขนาดนี้ เรื่องอะไรบริษัทยักษ์ใหญ่จะไม่ทำเองล่ะ? เพราะมีกำลังเงินมากเพียงพออยู่แล้ว และถ้ามี OS ของตัวเองก็ทำให้แบรนด์ดูมีหน้ามีตามากขึ้นอย่างแน่นอน
ความพยายามของ Samsung ที่พยายามจะนำแบรนด์ ก้าวสู่ระดับโลก และมีส่วนแบ่งตลาด เป็น 1 ใน 3 ไม่ว่าจะเป็น Feature phone หรือ Smartphone ก็ตาม ซึ่งแน่นอนตอนนี้เทรนด์ที่มาแรงคงหลีกไม่พ้นโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัส ที่นำเทรนด์ด้วย iPhone และ Android ขับเคี่ยวกันอยู่ในตลาด Smartphone ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรุนแรง ดังนั้น Samsung จึงพยายามเล็งตลาดใหม่ ที่อยู่ระหว่างกลางของ Smartphone และ Feature phone ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือส่วนผสมระหว่าง Smartphone และ Feature phone นั่นเอง โดยนำความฉลาดของ Smartphone มา และนำความง่ายของ Feature phone มาผสมรวมกัน จนได้ออกมาเป็น Bada ที่ Samsung หมายมั่นปั้นมือที่จะเอามาช่วยให้แบรนด์ตัวเองมีศักยภาพมากขึ้น
Bada เป็นภาษาเกาหลี เป็นบ้านเกิดของมัน แปลว่า มหาสมุทร ซึ่ง Samsung ให้เหตุผลว่าที่เลือกชื่อ Bada ก็เพราะว่า มหาสมุทรเป็นแหล่งรวมของดีไว้มากมาย และสามารถค้นหาได้อย่างไม่รู้จบ แค่ชื่อก็ดูดีมีความหมายขนาดนี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม Samsung ก็ไม่อยากให้ Bada ไปชนกับ Smartphone มากเกินไป เลยบอกว่า “Bada เป็นแค่ Platform ไม่ใช่ OS” โดยที่ Samsung กล่าวแบบนี้แน่นอนพวกเขาจะไม่เอา Bada ไปเป็น Smartphone ณ ตอนนี้อย่างแน่นอน แต่ Samsung กล่าวว่าต้องการให้ Bada เป็น Hi-End Feature Phone ชั่วคราว เอ๊ะ คำว่า “ชั่วคราว” นี่อาจหมายความว่าอนาคตมันอาจกลายเป็น Smartphone ก็ได้
Samsung วางแผนให้ Bada เข้ามากินส่วนแบ่งของ Feature phone ให้มากขึ้น รวมถึงเป็นการยกระดับความฉลาดให้กับ Feature phone ไปในตัวด้วย Content เสริม อย่าง Application ที่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า OS ตอนนี้วัดกันที่ Application เป็นหลักเลยก็ว่าได้ ยิ่งขณะนี้ OS กำลังแข่งขันกันอย่างสูงมาก ถ้าไม่แน่จริงนี่มีโอกาสดับวูบเอาดื้อๆ แต่ว่าระดับ Samsung แล้วน่าจะศึกษาตลาดนี้เป็นอย่างดี และคงมองถึงจุดเด่นของแต่ละ OS ว่าคืออะไร มานานแล้ว ปัจจัยหลายๆ อย่างมันก็เอื้อให้ Samsung เหลือเกินไม่ว่าจะเป็นส่วนของอุปกรณ์ที่ผลิตเองใช้เอง และเป็นแบรนด์ที่ใครๆก็คงรู้ว่าเค้าออกมือถือปีนึงกี่รุ่น ถ้าจะให้พวกเขาออก อุปกรณ์ที่ใช้ Platform Bada ปีนึงเป็น 10 ตัวก็คงทำได้ไม่ยาก จึงทำให้เป็นที่น่าสนใจอย่างมาก ว่า Samsung จะดำเนินแผนต่อไปของ Bada อย่างไร แต่ที่แน่ๆ สิ่งสำคัญสำหรับการก้าวไปสู่ความสำเร็จของแต่ละ OS ในตอนนี้ก็คือนักพัฒนา และการซื้อขาย Application อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
โครงสร้างของ Bada นั้นดัดแปลงมาจาก Linux โดยแบ่งได้เป็น 4 ส่วน
1. Kernel Configurable
2. Core Functions of a device (Security/Multimedia/Graphic/phone)
3. Service-Centric Function (web service/App Engine)
4. Open API framework (App framework)
ทั้ง 4 ส่วน ทำให้ Bada นั้นสมบูรณ์แบบเหมือน Smartphone เลยทีเดียว ตัว Platform สามารถใช้งาน Multi-touch ได้ อย่างไรก็ตาม ส่วนสำคัญที่สุดของ Bada คงหนีไม่พ้น Bada Server ที่จะรวบรวมทุกอย่างไว้ทั้งหมด เช่น Social Network, Push mail เป็นต้น ทำให้การทำงานทำได้รวดเร็วคล้าย BlackBerry ของ RIM ที่มี Server เป็นของตัวเองเช่นกัน ดังนั้นต่อไป Bada Server ถ้าทำให้ดีไปรอดแน่นอน เพราะ Smartphone ทุกวันนี้ ต้องการข้อมูล ข่าวสารที่รวดเร็ว และตอบสนองการทำงานได้ดั่งใจ
Samsung นั้นวางแผน Ecosystem (ระบบนิเวศ) ให้ Bada อย่างเต็มรูปแบบ นั่นก็คือเริ่มจากการสร้างฐาน Developer ที่แข็งแกร่งก่อน โดยสร้างเว็บไซต์ไว้รวบรวมเหล่า Developer ในชื่อ developer.bada.com ซึ่งจะมีคำแนะนำต่างๆ ในการสร้าง Application บน bada มี SDK และ Tool ต่างๆที่พร้อมให้ Download ไปสร้าง Application ได้ทันที ส่วนต่อมาคือ Application Store ที่ Samsung จะเรียกมันว่า Samsung Apps เป็นแหล่งรวบรวม Application ต่างๆ และไม่ใช่เฉพาะของ Bada จะมีแม้กระทั่ง Application ของ Windows Mobile , Symbian ด้วย
การพัฒนา Application ซึ่งใช้ภาษา C/C++ ในการเขียน ทำให้ดึงดูด Developer มากพอสมควรเพราะภาษา C/C++ เป็นภาษาพื้นฐานที่นักพัฒนาหลายๆ คนน่าจะเป็นอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การส่ง Application เข้าไป Samsung Apps นั้นจำเป็นต้องลงทะเบียนก่อน แต่ดูแล้วไม่ยุ่งยากอะไรมากนัก ในทางกลับกันยังดีอีกด้วย เพราะภายใน เว็บไซต์ Samsung Apps นั้นมีข้อแนะนำต่างๆ ในการทำ Application แถมยังมีส่วนการตอบคำถามข้อสงสัยต่างๆ โดยมี Customer Support 24 ชม. อีกด้วย และแบ่งสัดส่วนการขาย Application ให้นักพัฒนาสูงถึง 70% การส่ง App เข้าไปนั้น Samsung จะเป็นผู้ตรวจสอบว่า Application นั้นมีปัญหาหรือไม่ ต่อตัวเครื่อง หรือต่อภาพลักษณ์ต่างๆ โดยใช้เวลา ประมาณ 3 วันในการตรวจสอบ แต่มากสุดไม่เกิน 7 วัน และในระหว่างการตรวจสอบจะมีการส่ง Report ไปให้ผู้พัฒนาทราบถึงความคืบหน้าเสมอ เมื่อ Application นั้นมีปัญหาทาง Samsung จะส่งกลับและถ่ายวีดีโอเพื่อเป็นหลักฐานอีกด้วย แอบโหดแบบมีหลักการซะด้วย หุหุ
Samsung Apps นั้นมีระบบการจัดการที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบพอสมควรไม่ว่าจะเป็น การกรอง Application ที่น่าสนใจ, App ขายดี, App ราคาถูก รวมถึงมีหน้าส่วนตัวที่แสดง Application ที่น่าสนใจสำหรับเรา (เลือกโชว์แนวที่เราโหลดบ่อย) และยังมีระบบให้ Developer สามารถทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายได้ตลอดเวลา เช่นลดราคา ทำ banner หรือจะเป็นการจัดกิจกรรมต่างๆ สำหรับช่องทางการติดตั้ง Application นั้นต้องทำผ่าน Samsung Apps เท่านั้น ซึ่งการติดตั้งมี 2 ทางคือ 1. ทางตัวเครื่องโดยตรง 2. ทางโปรแกรม Samsung Apps บน Desktop คอมพิวเตอร์ สำหรับการซื้อขาย Application นั้นในช่วงแรกจะซื้อขายผ่านทางบัตรเครดิต เท่านั้น และในอนาคตจะสามารถซื้อขายจ่ายเงินผ่าน Operator ได้ แต่น่าเสียดายที่ไทยยังไม่สามารถซื้อขายโปรแกรมได้ในเร็วๆ นี้ แต่คาดว่าจะทำได้ในปี 2011
โทรศัพท์มือถือเครื่องแรกที่ใช้ platform Bada ก็คือ Samsung Wave S8500 แค่ชื่อก็บ่งบอกแล้วว่าเจ้าตัวใช้ bada อย่างแน่นอน แต่ Wave ไม่ได้มีแค่ Bada เท่านั้นที่เป็นตัวชูโรง ตัวเครื่องยังมี Spec และวัสดุ ขั้นเทพที่ค่ายอื่นเห็นแล้วคงจะหนาวๆ ร้อนๆ อย่างตัวเครื่องส่วนใหญ่เป็นเหล็ก และออกแบบได้บางกระชับมือ CPU แรง 1GHz ด้วยพลังของ ARM CORTEX A8 ที่ถูก Samsung พัฒนาต่อ ในชื่อว่า Hummingbird นอกจากนี้ยังมี Spec คร่าวๆ เช่น สามารถใช้งาน 3G HSDPA 900 / 2100 ชัดแจ๋วด้วยหน้าจอสัมผัส Capacitive 16 ล้านสี Super AMOLED ซึ่งถือว่าชัดที่สุดในโทรศัพท์มือถือตอนนี้ ครอบ Interface สวยงามด้วย TouchWiz UI 3.0 บนตัวเครื่องมีกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวีดีโอได้ในระดับ HD 720p พร้อม LED Flash เชื่อมต่อครบครันด้วย Wi-Fi b/g/n แถมมี GPS ในตัว โดยรวม ถือว่า Samsung wave เป็นโทรศัพท์ที่เพียบพร้อมซะเหลือเกินในการทำงานต่าง ต้องมาวัดกันที่เจ้า Bada ละครับว่าจะโตไวแค่ไหน
Overall
สำหรับผมแล้ว Bada เป็นเหมือน OS นึงในสายตาผมที่รู้สึกว่ามันกำลังเดินตามรอย iPhone อย่างเต็มตัวด้วยหน้าตาละม้ายคล้าย Symbian ทำให้หลักการพัฒนา การเจริญเติบโตค่อนข้างมั่นคง และแข็งแกร่งพอสมควร ถึงช่วงแรก Samsung วางหมากให้ Bada เป็นแค่ High-end Feature Phone แต่ดูแล้ว Bada ก็ทำให้ OS จริงๆ อย่าง Android และ Windows Mobile หนาวๆ ร้อนๆ อยู่เหมือนกัน
Bada เครื่องแรกที่เราเห็นๆ กันก็คือ Samsung Wave ที่ดูใช้งานง่ายพอสมควร และดูเหมือนว่า Samsung กำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเอง แถม Samsung ก็มีอาวุธหน้าใหม่อยู่ในมืออย่าง Bada Server ที่อาจทำให้เอียงไปทางด้าน Service ได้มากขึ้น ทำให้อนาคต Bada อาจเติบโตขึ้นเป็น Smartphone ด้วยความพร้อมของ Application หรือไม่ว่าจะเป็น Service ต่างๆ ก็ตาม ทำให้โอกาสไปไกลกว่า Symbian ก็พอมีทางเพราะ Bada เริ่มต้นได้สวย และมาเติบโตในยุคที่ Smartphone กำลังบูม บวกกับเทคโนโลยี Hardware มีมากทำให้การต่อยอด OS เป็นไปได้ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก และ Samsung มักจะออกโทรศัพท์มือถือมาตีตลาดราคาถูกกว่าเจ้าอื่นเป็นว่าเล่น ต้องดูกันต่อไปว่า กลยุทธ์ของ Samsung ที่มีต่อ Bada จะเป็นอย่างไรต่อไป ยิ่งปีนี้โทรศัพท์หลายๆ OS กำลังจะออกรุ่นใหม่มาสู้กันอย่างสูสี เกมนี้สนุกละครับ
ติดตามเรื่องราวความคืบหน้าของ OS ทั้งหลายผ่านทาง Twitter : @ibluecosmos และทาง http://bluecosmosgab.wordpress.com ได้นะครับ
หรือชุมชนซัมซุงที่ www.samsungparty.com



















ความเห็นจากสมาชิก