LifeStyle พร้อมบอก Platform OS
เมื่อปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีหนึ่ง ที่การแข่งขันของโทรศัพท์ Smartphone เข้มข้นมากๆ จนมีการกล่าวกันว่า “ปี 52 ปีแห่งสมาร์ทโฟน” แต่ในเมื่อศึกนี้ยังไงมันก็ไม่มีผู้ชนะ เพราะแต่ละ Platform OS ก็มีจุดเด่นของการทำงานที่ต่างกัน โดยคาดกันว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งสมาร์ทโฟนกว่า! เพราะทุก Platform พยายามพัฒนาตนเองให้มีจุดเด่นคล้ายๆกัน และปีนี้อาจมี Platform OS ที่อาจล้มหายตายจากไปก็เป็นไปได้
กระแสของสมาร์ทโฟนที่มาแรงอย่าง iPhone และ Blackberry ทำให้ OS ตลอดกาลที่ครองบัลลังก์มานานอย่าง Symbian หรือที่เคยเป็นตัวเลือกเดียวของ Smartphone ซึ่งก็คือ Windows Mobile ต้องสั่นคลอน ในเมื่อ iPhone และ Blackberry เป็นแค่กระแส ก็จะฮิตอยู่ได้ไม่นาน แต่ก็จะอยู่ได้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นในเมื่อ Platform OS อย่าง iPhone , Blackberry , Symbian , Android ไม่ว่าจะตัวไหนก็มีจุดเด่นการทำงานให้ต่างกัน แต่ละคนจึงมีความจำเป็นที่จะเลือกใช้ OS ให้ตรงการทำงานและ LifeStyle ของคนคนนั้น เพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
OS ของ iPhone กับการทำงานมีลักษณะง่ายๆ เข้าถึงเมนูได้ไม่ยากและสร้างจุดเด่นตัวเองจาก iPod นั่นคือการ Entertainment ไม่ว่าจะเป็นการ ดูหนัง ฟังเพลง ผนวกเข้ากับการมี Application และ Game ต่างๆมากมายเป็นแสน จึงได้เห็น iPhone เป็นโทรศัพท์ที่มีจุดเด่นการทำงานหลายๆอย่างผ่าน Application และ iPhone ไม่ได้เด่นแค่นั้น ยังมีการทำงานผ่าน Internet แบบ Real Time ทำให้สามารถมีชีวิตออนไลน์ได้ตลอดเวลา จึงตามมาด้วย การใช้งาน E-Mail , Internet , Social Networking (MSN , Facebook , Twitter) และอื่นๆ รวมกับความสามารถอันมหัศจรรย์ของ Multi-touch ยิ่งทำให้มันใช้งาน Internet ได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ยังมีข้อเสียที่ยังไม่สามารถเล่น Flash ได้

iPhone เป็นระบบปิด จึงมีข้อจำกัดในการดาวน์โหลดเพลง , หนัง , Application ต่างๆยังต้องทำผ่าน iTunes อย่างเดียว แต่ถ้ามองในแง่ดีก็คือถ้าใช้ iTunes เป็นแล้วก็จะติดตั้งเป็นเกือบทุกอย่าง และ iTunes ไม่ใช่แค่ตัวติดตั้งโปรแกรม เพลง หรือหนัง เท่านั้น ยังเป็นที่ Backup ข้อมูล หรือลบไฟล์ต่างๆ อย่างไรก็ตาม iPhone ยังไม่สามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ แต่หน่วยความจำของเครื่องก็ให้มามากจนเกินพอแล้ว แต่สำหรับ iPhone ก็ยังมีปัญหาเรื่อง Battery หมดเร็ว และราคาเครื่องที่อยู่ราวๆ 25,000 – 30,000 บาท ก็ถือว่าคุ้มสำหรับความสามารถของมัน เพราะฉะนั้น iPhone จึงเหมาะกับคนที่ชอบความท้าทาย และตื่นเต้นของ Application ที่จะมีความสามารถแปลกใหม่ ทำให้โทรศัพท์หน้าจอสัมผัสเครื่องหนึ่งเป็นมากกว่าโทรศัพท์ และเหมาะกับการใช้งานทางด้าน Entertainment , Game และ Internet เป็นหลัก
Android มีลักษณะการทำงานต่างๆที่คล้าย iPhone แต่มีการเข้าถึงของเมนูไม่เหมือนกันการใช้งานคล้ายโทรศัพท์จอทัชสกรีนทั่วไป ทำงานได้หลายอย่าง ซึ่งตอนนี้ตัวของ Android ที่มาจาก Google แน่นอน การทำงานด้าน Search Engine , Gmail , Google Calendar , Google Docs , Google Maps เป็นต้น ทำงานได้อย่างสุดยอดมีพังก์ชันพิเศษที่ไม่มี Platform OS ไหนเหมือน ผนวกกับการเป็น Opensource ที่จะทำให้มันเติบโตทางด้าน Application เข้าไปอีกโดย ณ ปัจจุบันมี Application เกิน 20000 โปรแกรมไปเรียบร้อยแล้ว โดย Android ก็มีการทำงานทางด้าน Internet ตลอดเวลา(Real Time) ทำให้สามารถมีชีวิตออนไลน์ได้ตลอดเวลาจึงตามมาด้วย การใช้งาน E-Mail , Internet , Social Networking (MSN , Facebook , Twitter) เช่นเดียวกับ iPhone

Android เป็นระบบเปิด ทำให้มันไม่ค่อยมีข้อจำกัดใดๆ ในการเข้าถึง สามารถติดตั้ง Application , เพลง , หนัง ได้หลายทาง หลายโปรแกรม ติดตั้งไว้ในหน่วยความจำเครื่องก็ได้ ติดตั้งไว้ในการ์ดหน่วยความจำภายนอกก็ได้ ซึ่งส่วนมากนิยมพวก เพลง , หนัง , Application ไว้ที่การ์ดหน่วยความจำภายนอก เพราะหน่วยความจำตัวเครื่องให้มาน้อย แต่ Android ก็ยังมีข้อเสียที่ยังเหมาะกับนักพัฒนามากกว่า เพราะทางด้านปัญหาทางเทคนิคยังถือว่ายากสำหรับผู้ใช้ทั่วไป และเรื่องราคาที่หลากหลายตั้งแต่ 7,000 – 25,000 บาท ส่วนมากจะต่างกันที่ขนาดหน้าจอ และความเร็ว CPU เพราะฉะนั้น Android จึงเหมาะกับคนที่ชอบใช้งานบริการของ Google และชอบการทำงานของ Open source และเหมาะกับการใช้งานทางด้าน Organize และ Internet เป็นหลัก

Symbian การทำงานมี User interface ง่ายๆ และทำได้หลายอย่างในด้านพื้นฐานการเป็นโทรศัพท์ มีเมนูการใช้งานพื้นฐานอย่างครบครัน แต่ด้วยความที่ธรรมดาเกินไป ทำให้ไม่ค่อยมีความน่าสนใจเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับ iPhone หรือ BlackBerry และบวกกับการทำได้หลายอย่าง แต่ไม่เด่นซักอย่าง ทำให้ Nokia ต้องรีบปรับ User Interface เพื่อให้ระบบดูน่าใช้งานมากขึ้นในปีนี้ พร้อมปรับทัพสู้กับหลายๆ OS ที่มี User Interface สวยงาม น่าดึงดูดมากกว่า และสิ่งที่ Symbian ยังขาดก็คือระบบ Online และระบบ Push จึงต้องคอย เข้าไปตรวจเช็คเองว่ามีอีเมลล์เข้ามาใหม่หรือไม่ ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งานเท่าใดนัก จึงไม่เหมาะกับการใช้งานด้าน Social Network

Symbian ไม่ค่อยมีข้อจำกัดเท่าใด ทั้งๆที่ระบบเพิ่งจะเปลี่ยนเป็นระบบเปิดเมื่อเร็วๆนี้ สามารถติดตั้ง Application , เพลง , หนัง ได้หลายทาง หลายโปรแกรม สามารถเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้หมดเกือบทุกรุ่น และเรื่องราคาที่อยู่ราวๆ 7,000 – 20,000 บาท แต่สำหรับรุ่นที่คุ้มค่าสำหรับ Symbian จริงๆ แล้วน่าจะอยู่ในราคาราวๆ 12,000 บาท และในปีนี้โนเกียก็เริ่มเปิดตัว OS ใหม่ที่เรียกว่า Maemo มาแทนในรุ่นระดับราคา 15,000 ขึ้นไป ทำให้ Symbian ต้องลดลงมาอยู่ในระดับราคาต่ำกว่า 15,000 บาท เพราะฉะนั้น Symbian จึงเหมาะสำหรับคนที่ชอบอะไรง่ายๆ เน้นฟังก์ชันการใช้งานพื้นฐาน เช่น โทรศัพท์ , ฟังเพลง และทำได้หลายอย่าง ราคาไม่แพง

Blackberry เป็น OS ที่เน้นการทำงานด้าน E-mail และ Social Networking มีคุณสมบัติ Online ตลอดเวลา (Real Time) โดยแยกไอคอน E-mail แต่ละ Account ออกจากกันทำให้เช็คได้ง่ายว่ามี E-mail ใหม่เข้ามาที่เมล์ไหน ใช้ได้ทั้งเมล์ส่วนตัว หรือของบริษัทได้อย่างครบถ้วน แต่ก็ต้องแลกกับค่าบริการ (BIS , BES) ที่แยกกับค่าโทรในแต่ละเดือน โดย Service จะครอบคลุมไปทั้ง ระบบ E-mail , Social networking (MSN , Twitter , Facebook , Yahoo Messenger , Gtalk) , Blackberry messenger (BBM) ซึ่งทำให้ Blackberry มีจุดเด่นในเรื่องการ Push Mail ที่ฉับไวกว่า OS อื่นๆ และ Chat ผ่าน BBM กับคนที่ใช้ Blackberry ด้วยกันได้ตลอดวเลา เพราะเพื่อนๆที่ใช้ Blackberry ก็ Online ตลอดเวลาอยู่แล้ว

Blackberry เป็นระบบปิด การดาวน์โหลด เพลง , หนัง ทำได้ง่ายผ่านหน่วยความจำภายนอก แต่เวลาติดตั้ง Application ต้องผ่าน Blackberry desktop manager และโปรแกรมนี้ไม่ใช่แค่ตัวติดตั้งโปรแกรมอย่างเดียว ยังเป็นโปรแกรมที่ควบคุม Blackberry ของเรา ไม่ว่าจะเป็นการ Backup หรือ ลบข้อมูลต่างๆ แต่ Blackberry ไม่เหมาะกับการเล่นเกมหรือ Application ซักเท่าใดนัก เพราะการควบคุมนั้นยากมากๆ และก็ไม่เหมาะกับการเล่น Internet เพราะ Browser ทำงานได้ไม่ดีเท่าใดนัก เปิดได้หน้าเดียว และใช้งานลำบาก และราคาที่อยู่ราวๆ 10,000-19,000 บาท ถือว่าราคาไม่แพงถ้าเทียบกับ iPhone เพราะฉะนั้น Blackberry จึงเหมาะกับคนที่ชอบการ Online ต้องการ Chat กับเพื่อนๆตลอดเวลา ต้องการเช็คอีเมลล์อย่างรวดเร็ว และไม่พลาดงานสำคัญ
Overall
ปัจจุบัน ตลาดมือถือ Smartphone ทั่วโลกกำลังถูกกระแส Blackberry และ iPhone ครองอยู่ ในไทยก็เช่นกัน แต่การเลือกโทรศัพท์ให้เหมาะกับผู้ใช้ก็เป็นสิ่งสำคัญ หากทนฝืนใช้ตามกระแสแล้ว เราก็ไม่ถูกใจ OS นั้นอยู่ดี เพราะฉะนั้นการเลือก OS ตามการใช้งานเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่การใช้งาน OS แต่ละตัวจะมีจุดเด่นที่ต่างกัน ก็ต้องไม่ลืมว่าอย่าเอาจุดเด่นมาตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้องอยู่ที่ผู้ใช้ชอบมันด้วย เพราะผู้ใช้อาจไม่เหมาะกับจุดเด่นนั้นก็เป็นได้ การทดสอบใช้โทรศัพท์มือถือ ศึกษาตาม website หรือหนังสือก็ยังเป็นสิ่งสำคัญก่อนการเลือกซื้อ และที่สำคัญการใช้ Smartphone ให้คุ้มค่า ต้องเปิดใช้บริการอินเตอร์เน็ตจากเครือข่าย (GPRS,EDGE,3G) เพื่อใช้งานได้อย่างเต็มที่เช่นการ เช็คอีเมลล์ , อัพเดทสถานะ Facebook,Twitter , ออนไลน์ MSN เป็นต้น
การเลือก Smartphone สักเครื่อง ควรเลือกให้เหมาะกับผู้ใช้ ต้องศึกษาให้ดีก่อนซื้อนะครับ ติดตามผมได้ทาง Twitter @ibluecosmos ครับ




ความเห็นจากสมาชิก