ล้วงลึก Android
เกริ่นก่อน
เมื่อปี 2007 ระบบปฏิบัติการ Android ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นจาก พี่ใหญ่ Google
ปี 2008 Google ก็ได้ออก โทรศัพท์มือถือ G1 (Dream) ซึ่งผลิตโดย HTC จำหน่ายโดย Vodafone เป็นโทรศัพท์ที่มี 3 แบรนด์ ในเครื่องเดียว แต่กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะ ดีไซน์ที่ทื่อๆ และการประชาสัมพันธ์จาก Google ที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้ชื่อของ Android ดูจะแจ้งเกิดไม่สวยเท่าที่ควร จนใครหลายๆคนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีระบบปฎิบัติการตัวนี้ในโลกของ Smartphone
ปี 2009 Android กลับมาใหม่อีกครั้งกับการเปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ ที่ใช้ชื่อว่า Cupcake (1.5) เป็นช่วงที่ HTC เริ่มเปิดตัว Android อย่างจริงจัง แบบชนิดวางสินค้ายันปลายปี รวมถึงสไตล์ของ HTC ที่ไม่ชอบขาย OS หน้าตาเดิมๆ ทำให้หุ่นกระป๋องตัวนี้ ถูกจับแต่งตัว จนดูเป็นหุ่นยนต์ฉลาดๆมากกว่าแค่กระป๋องทำงานได้ และไม่ใช่ HTC อย่างเดียวที่จะมี Android ไม่ว่าจะเป็น Sony Ericsson ที่เปิดตัว Xperia X10 , Motorola ก็มี Motorola Droid , SAMSUNG ก็ไม่พลาดกับเค้า ส่ง Galaxy มาร่วมเทรนด์กับเค้าด้วย และมีข่าวว่า Google เองจะออกมือถือแบรนด์ของตัวเอง ชื่อว่า Nexus One
Android เป็นระบบเปิด บริษัทไหนก็สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดได้ คอนเซ็ปต์การสร้าง Android ของ Google คือต้องการให้บริการต่างๆที่ตัวเองมีเช่น Search Engine , Google Calendar , Google Map เป็นต้น ไปอยู่บนโทรศัพท์มือถือและสามารถใช้งานได้ครบสมบูรณ์เหมือนในคอมพิวเตอร์ แต่ระบบของ Android ไม่ค่อยจะดึงดูดมากนัก ซึ่งเป็นที่มาของ UI( User Interface ) ของแต่ละบริษัทที่แตกต่างกัน ทำให้การใช้งานของ Android แต่ละยี่ห้อ ไม่เหมือนกันซะทีเดียวแม้ตัว OS จะตัวเดียวกัน ส่งผลไปถึง Hardware ของแต่ละยี่ห้อมี วัสดุ , หน้าจอ และมาตรฐานที่ต่างกัน ราคามีความหลากหลาย ทำให้มีฐานการตลาดที่กว้างกว่า iPhone ซึ่งคล้ายกับ Windows Mobile เคยทำไว้

ลักษณะการทำงานของ Android มีการจัดเรียงเมนูเป็นรูปแบบ การเข้าเมนูรวม และสามารถสร้าง Shortcut มาไว้บนหน้า Home Screen ได้ เพื่อเข้าถึงได้สะดวกขึ้น กดเข้าเมนูเพียงคลิกเดียว เลื่อนหน้าจอเมนูเพียงแค่ปลายนิ้ว มีปุ่มหลายปุ่มเอาไว้ควบคุมการทำงาน ซึ่งโดยปกติจะมี ปุ่ม Home , ปุ่ม Menu , ปุ่ม Back , ปุ่ม Search , ปุ่มโทรเข้า-ออกและ Trackball หรือ Trackpad เพื่อควบคุมการทำงานอีกที มี Application Built-in ที่น่าสนใจอย่าง Google Maps , GMail , Calendar รวมถึงมีฟังก์ชัน Search ผ่าน Google ในตัวเครื่องซึ่งเป็น Widget ยังสามารถทำ Multi-Tasking ได้ จึงทำให้ Android เปิดการทำงานได้หลายโปรแกรมในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม Android ก็มีข้อเสียอันเนื่องมากจากระบบ Multi-Tasking เป็นเรื่องของ Process ผู้ใช้ไม่สามารถปิด Process เองได้ ( ปิดได้คือเคลียร์ทั้งหมด ) ถ้าเปิดโปรแกรมอะไรขึ้นมามันก็จะรันอยู่อย่างนั้นตลอด ซึ่งจะทำให้เครื่อง ช้าลงเรื่อยๆ ต้องมาลงโปรแกรม Task Manager คอยปิด Process ซึ่งยุ่งยากและเนื่องจาก Android เป็น Opensource ซึ่งสามารถเอาไปพัฒนาต่อได้ฟรี
Android Application

จุดเด่นของ Application บน Android คือ Application จาก Google ไม่ว่าจะเป็น Gmail , Google Map , Google Calendar และอีกมากมาย ที่มี Function ของโปรแกรมที่มากกว่าโปรแกรมของ Google ที่อยู่บน Platform อื่น Android ยังมี Android Market ที่เป็น ศูนย์รวมโปรแกรม ซึ่งเปิดตัวปลายปี 2008 อาจได้แรงบันดาลใจมาจาก Apple ในส่วนของ App store ที่มีการเติบโตที่เร็วมาก เป็นแหล่งรวม Application ที่ ณ ปัจจุบันมีมากกว่า 15000 โปรแกรม แต่ Android ไม่จำเป็นต้องลง Application ผ่าน Android Market อย่างเดียว สามารถลง Application ผ่าน SD card และสามารถทำได้ง่าย แต่ที่ต้องมี Android Market ก็เพราะเหตุผลที่ว่าต้องการให้เป็นแหล่งรวม Application ไว้ที่เดียว ผู้ใช้สามารถหาได้ง่าย และแน่นอนก็ต้องมี Developer เข้ามาสนใจในการเขียนโปรแกรมบน Android

Android ด้วย Concept ของตัวมันเอง อาจจะไม่สามารถดึงดูดตัว Developer ได้นานนัก เพราะเป็นระบบเปิดที่ ฟรี ทำให้ Application ของ Android เกือบ 70% จะเป็นโปรแกรมฟรี การส่งโปรแกรมเข้า Android Market ไม่ใช่เรื่องยากเลยแค่อัพไฟล์เท่านั้น ไม่ต้องรอการรับรองใดๆทั้งสิ้น จึงทำให้ โปรแกรมบน Android มีอัตราเพิ่มที่เร็วพอสมควร แต่ก็มีข้อเสียคือเมื่อ Application ตัวนั้นมีปัญหาต่อ Hardware หรือเป็น Bug ก็ทำให้ตัวเครื่องที่ลงโปรแกรมตัวนั้นไปอาจมีปัญหาได้ เนื่องจากไม่ได้ถูกตรวจสอบก่อนนำเผยแพร่ใน Store

เนื่องจาก Android มีการผลิตโดยหลายบริษัทและหลายรุ่นนั่นเอง ผู้ใช้ Android จึงมีความสับสนอย่างมากว่า Android Application ที่เขารู้จัก จะสามารถใช้กับโทรศัพท์มือถือ Android OS ของตัวเองได้หรือไม่ เพราะ Hardware ที่หลากหลายทำให้เกิด Application ที่หลากหลาย กลับกลายเป็นข้อเสียของ Android เสียเอง ที่ทำให้ผู้บริโภคสับสน
5 รุ่นที่น่าจับตามอง
HTC HERO

HTC Hero หรือเรียกสั้นๆว่า G3 เป็นมือถือเครื่องแรกที่ใช้ HTC Sense เป็น User interface ของ HTC เอง เป็นระบบ Android Cupcake 1.5 รองรับ 3G ใช้จอ capacitive ใช้ cpu 528 MHz กล้อง 5 ล้านพิกเซล สามารถเล่น Flash ได้ ถือเป็น Android ที่เปลี่ยนความเป็น Android ของ HTC ที่เคยมีก่อนหน้านี้ (Dream , Magic)ไปเกือบจะทุกส่วน ตัวเครื่องเองมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์โค้งงอน วัสดุทำได้ดีมากมีการเคลือบสารเทฟล่อน อาจด้วยเหตุผลนี้เองทำให้มันได้รางวัล GADGET แห่งปีของนิตยสาร T3 ที่ประเทศอังกฤษ
Nexus One

Nexus One เป็นมือถือเครื่องแรกที่ Google จะทำขายเองโดยให้ HTC ผลิตที่จะมาในปี 2010 ระบบ Android 2.0 ใช้ CPU Snapdragon 1GHz , จอ 3.7 นิ้ว AMOLED, กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับ 3G ถือเป็น Android ที่ Google ตั้งใจขายอย่างแพร่หลายเพราะจะไม่มีการล็อคเครื่องใดๆ CPU 1GHz ทำให้ทำงานได้เร็วมาก ที่จะมาในปี 2010 และ Nexus One คงจะเป็นมาตรฐานของ Android ในรุ่นต่อๆไป
Samsung i7500
![]()
มือถือ Android ตัวแรกจากค่าย Samsung หลังจากที่โดนไต้หวัน (HTC) ผูกขาด คราวนี้มาดูเวอร์ชั่นเกาหลีกันบ้าง i7500 เป็นระบบ Android Cupcake 1.5 มีหน้าตาสวยงาม หน้าจอแบบ capacitive AMOLED touchscreen หน้าตาสวยงาม รองรับ 3G กล้อง 5 ล้านพิกเซล หน่วยความจำภายในเครื่อง 8GB สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำ MicroSD ได้สูงสุด 32GB
Motorola Milestone (Moto Droid)

Motorola Milestone เป็นระบบ Android 2.0 ที่มี User Interface เป็น Moto blur หน้าจอ 3.7 นิ้ว CPU ARM Cortex-A8 600MHz กล้อง 5 ล้านพิกเซล รองรับ 3G สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำ MicroSD ได้สูงสุด 32GB Milestone คือรุ่นเดียวกับ Moto Droid ที่อเมริกา นอกเหนือจากที่ตัวเครื่องจะเหมือนกับ Moto Droid ยังกับแกะแต่แตกต่างตรงที่ใช้ระบบ GSM และ Milestone กลับดีกว่าด้วยจอระบบ Multitouch ซึ่งใน Moto Droid ไม่มี ซึ่งทำให้เป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก
Sony Ericson XPERIA X10

โทรศัพท์มือถือ Android เครื่องแรกจาก Sony Ericsson โดยระบบปฏิบัติการ Android ที่มากับเครื่องนั้นได้ใช้ User Interface ว่า Rachael เป็นระบบ Android 2.0 มี CPU 1GHz รองรับ 3G และจอ Touch Screen Capacitive ขนาด 4 นิ้ว กล้อง 8.1 megapixel พร้อมแฟลช หน่วยความจำภายในเครื่อง 1 GB สามารถใส่การ์ดหน่วยความจำ MicroSD ได้สูงสุด 16GB คาดว่าจะวางขายได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2010
…….
Android Trend

Android ยังคงต้องพัฒนาในตัว OS อีกมากเพราะยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไปได้เท่าที่ควร ต้องหวังเพิ่งค่ายมือถือต่างๆที่นำไปพัฒนาต่อยอด UI ให้ Android ดูดีขึ้น และตอนนี้ Android ยังเป็นที่สนใจของ Developer อีกด้วยเพราะยังใหม่ เราอาจได้เห็น Android มุ่งเน้นตรงส่วน Application ที่ต้องใช้งานมากขึ้นในทุกๆส่วน

ในอนาคต Android ย่อมได้เปรียบมากกว่า iPhone ตรงที่มีหลายค่ายที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ ทำให้มีรูปแบบที่หลากหลายดึงดูดผู้ใช้ได้หลายกลุ่ม แต่ผู้ที่กำหนดทิศทางของ Application ใหม่ๆบน Android คือ Developer ที่ใช้ระบบปฏิบัติการนี้ และ Android จะไม่อยู่ที่โทรศัพท์มือถือย่างเดียวต้องมีอยู่บน Netbook หรือ Tablet แน่นอน ตรงนี้ Google น่าจะต้องเข้ามาควบคุมและวางมาตรฐานมากขึ้น อนาคตน่าจะสดใสแน่นอน
Overall
มองในด้านผู้ใช้ Android ยังคงติดภาพลักษณ์เป็นหุ่นยนต์ ใช้งานยาก เหมาะกับ นักพัฒนามากกว่าผู้ใช้ทั่วไป ยังไม่เป็นกระแส ร้านค้าต่างๆไม่เข้าใจถึงตัว OS จึงแนะนำต่อผู้บริโภคไม่ได้ว่าใช้งานอย่างไร การซื้อขายเลยเกิดขึ้นยากถ้าไม่ศึกษามาก่อน
มองเชิงธุรกิจ Android มีโอกาสเติบโตสูงเพราะเป็น OpenSource ที่ผู้พัฒนาทั้งหลายสามารถไปสร้างหรือใช้ บน Device อะไรก็ได้ตามความต้องการไม่จำเป็นต้องเป็นโทรศัพท์มือถือ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ ต้นทุนต่ำยอมสร้างมูลค่าการตลาดได้สูงและเร็ว และเนื่องจาก Android ถูกนำไปพัฒนาโดยหลายบริษัท Google จึงจำเป็นต้องเข้ามาดูแลมากขึ้น ไม่งั้นจะไม่มีมาตรฐานเหมือน Linux เอาได้
อนาคตการพัฒนาแพร่หลายของ Android มีสูง เพราะอย่างน้อย Android ก็ไม่ได้ยึดติดกับ Hardware ยี่ห้อใดๆ ทำให้รูปแบบ มีความหลากหลายมาก ทำให้มีฐานการตลาดที่กว้าง ระยะสั้นๆ Android ก็อาจจะสามารถเอาชนะ Windows Phone ได้ไม่ยากนัก
ยังมีเรื่องของ Android อีกเยอะมากมายครับ ฉะนั้นถ้าใครสงสัยอะไรถามหรือติดตามผมได้ทาง Twitter @ibluecosmos ครับ ใครเล่นก็อย่าลืม Follow กันนะครับ



ความเห็นจากสมาชิก